อัลเบอโรเบลโล หมู่บ้านต้องมนต์ทรงกรวย

ถ้าหากในตอนนี้ใครที่กำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวในอิตาลีในวันหยุดแล้วแต่ก็ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะไปที่ไหนดี วันนี้เราจะมาแชร์ประสบการณ์ดีๆ ที่เราได้ไปสัมผัสในวันหยุดกับครอบครัวมาก ซึ่งทริปนี้ถือว่าเป็นทริปพิเศษอีกทริปที่ทำให้ครอบครัวของเรานั้นมีความสุขมากๆ อย่างบอกไม่ถูก ที่ที่เราจะมาแชร์ประสบการณ์ต่อไปนี้เป็นที่ที่เหมือนต้องมนต์หากที่ใครได้เข้าไปเยือนแล้ว จะเหมือนตกอยู่ในมนต์สะกดให้อยากอยู่ที่นั้นตลลอดไป และที่ที่เราพูดถึงนี้คือ อัลเบอโรเบลโล

ทริปนี้จะไม่เหมือนทริปก่อนๆ ที่เรามักจะโดยสารโดยรถไฟฉึกฉัก แต่รอบนี้เราเลือกที่จะเช่ารถมาขับเองเพื่อที่ว่าเราจะได้แวะในจุดที่เราต้องการจะแวะได้ อยากถ่ายรูปในจุดสวยๆ ต่างๆ ในเมืองนี้ แต่การเช่ารถขับนั้นอาจจะทำให้เรารู้สึกตึงเครียดนิดหน่อย เพราะระบบกลไกยานยนต์ที่นี่แตกต่างกับที่เมืองไทยมากด้วยที่พวงมาลัยรถยนต์ของที่นี่นั้นอยู่ด้านฝั่งซ้ายมือ และทางของที่นี่จะบอกว่าเป็นทางปราบเซียนเลยก็คงไม่ผิด เพราะได้ยินคนหลายคนพูดกันว่า ทางที่นี่ทั้งแคบและคดเคี้ยวมาก เวลาที่เราจะจอดรถก็ค่อนข้างที่จะหาที่จอดยาก ระยะทางในการเดินทางจากตัวเมืองอิตาลีประมาณ 500 กิโลเมตรได้

เมืองอัลเบอโรเบลโล เป็นเมืองเล็กๆ ที่อยู่ในจังหวัดบารี เป็นจังหวัดที่อยู่โซนตอนใต้ของประเทศอิตาลี แรกๆ ที่มาเราก็คิดว่าเป็นที่เดียวกับบาหลีรึเปล่า เพราะว่าออกเสียงคล้ายกันเหลือเกิน ที่นี้ด้วยที่เป็นเมืองเล็กๆ เลยทำให้มีผู้คนอาศัยอยู่ไม่มากเท่าไรนัก แต่เมืองนี้กลับถูกได้รับเกียรติจาก UNESCO ให้เมืองนี้เป็นเมืองมรดกโลกในปี 1996 สิ่งที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวต้องมนต์สะกดของที่นี่คือบ้านทุกหลังนั้นจะมีลักษณะบ้านเป็นรูปทรงกรวย มองดีๆ เหมือนดินสอที่เราใช้เขียนดีๆ นี่เอง บ้านส่วนใหญ่มักจะใช้สีขาว หลังคาสีเทาหรือดำปะปนกันไป ทำให้ที่นี่ดูสะอาดตาน่าอยู่มากๆ ที่นี่ถ้าหากว่าต้องขับรถจากกรุงโรมก็จะใช้เวลาประมาณ 5 ชม.ในการเดินทางได้ หรือถ้าหากคุณมาโดยรถไฟคุณก็ต้องต่อรถมาที่นี่ถึง 3 ต่อเลยเชียวล่ะ

ถ้าลงทุน และจัดสรรเวลาที่จะมาท่องเที่ยวแล้วคุณก็ควรท่องเที่ยวไปให้คุ้มนะ เพราะว่าที่อิตาลีนี่ไม่ใช่มีเพียงกรุงโรม หรืออัลเบอโรเบลโล เพียงสองที่เท่านั้นที่น่าท่องเที่ยว ยังมีอีกหลายที่ที่รอให้พวกคุณได้มาท่องเที่ยวชิมบรรยากาศที่แสนจะสบาย สำหรับครอบครัวของเราได้ทำความฝันสำเร็จแล้ว ได้มาเที่ยวในที่อยากมาทั้งๆ ที่เมื่อก่อนนั้นเราเฝ้ามองแต่รูปจากในอินเตอร์เน็ตเพียงเท่านั้น